วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2563

ข่าวดีส่งออกเดือน ส.ค.ฟื้นตัว สนค.ปาดเหงื่อลุ้นตัวโก่งตลอดปีนี้ติดลบ 8-5%

 


(24 ก.ย. 2563) น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยถึงสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา การส่งออกมีมูลค่า 20,212 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 7.94% เมื่อเทียบกับเดือน ส.ค.2562 ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ทั้งในแง่มูลค่าที่กลับมาส่งออกเกิน 20,000 ล้านเหรียญฯในรอบ 5 เดือนนับจากเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และในแง่อัตราการขยายตัวที่ติดลบน้อยลง จากที่เคยลบสูงสุดถึง 23.17% ในเดือน มิ.ย. ถือว่าการส่งออกไทยพ้นจุดต่ำสุดแล้ว และกำลังจะเป็นขาขึ้น ในลักษณะเครื่องหมายถูก เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 635,219 ล้านบาท ติดลบ 5.43% เมื่อหักมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ราคาผันผวนสูงออก ทั้งน้ำมัน ทองคำ และอาวุธ จะติดลบสูงถึง 14.11% ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 15,863 ล้านเหรียญฯ ลดลง 19.68% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 505,383 ล้านบาท ติดลบ 17.54% เกินดุลการค้า 4,349 ล้านเหรียญฯ หรือ 129,836 ล้านบาท


“8 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ส.ค.) การส่งออกมีมูลค่า 153,374 ล้านเหรียญฯ ลดลง 7.75% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 4.777 ล้านล้านบาท ลดลง 8.34% และการนำเข้ามีมูลค่า 134,981 ล้านเหรียญฯ ลดลง 15.31% เมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 4.257 ล้านล้านบาท เกินดุลการค้ามูลค่า 18,393 ล้านเหรียญฯ”


ปัจจัยที่ทำให้การส่งออกฟื้นตัวดีขึ้น แม้ว่ายังขยายตัวติดลบ มาจากการฟื้นตัวของภาคการขนส่งที่มีความคล่องตัวมากขึ้น การค้าโลกเริ่มฟื้นตัวอย่างช้าๆ หลายๆประเทศมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้น แต่เริ่มน่าเป็นห่วง เพราะบางประเทศเริ่มล็อกดาวน์อีกรอบ และสินค้าส่งออกสำคัญในกลุ่มเกษตรและอาหาร เช่น ข้าว ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง น้ำมันปาล์ม ทูน่ากระป๋อง เนื้อสุกร สิ่งปรุงรสอาหาร อาหารสัตว์เลี้ยง, กลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานที่บ้าน ของใช้ในบ้าน และซ่อมแซมบ้าน เช่น คอมพิวเตอร์ เฟอร์นิเจอร์ ตู้เย็นและตู้แช่แข็ง และสินค้าป้องกันการติดเชื้อ เช่น ถุงมือยาง ส่งออกได้ดีขึ้นตั้งแต่โควิด-19 ระบาด และยังดีจนถึงปัจจุบัน


ขณะที่รายละเอียดการส่งออกพบว่า สินค้าอุตสาหกรรม หดตัว 6.2% จากการลดลงของอัญมณีและเครื่องประดับ 55.6% สินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน 15.7% รถยนต์และส่วนประกอบ 28.7% เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ 18.3% แต่ถุงมือยาง เพิ่ม 125.9% เครื่องซักผ้า เพิ่ม 31.3% เครื่องโทรสาร โทรศัพท์ เพิ่ม 35.8% ทองคำเพิ่ม 71.5% ขณะที่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร ลด 13.2% จากการลดลงของน้ำตาล 64.2% ผักผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง กระป๋องและแปรรูป 28.7% ข้าว 15% แต่น้ำมันปาล์ม เพิ่ม 599.6% สุกรสดแช่เย็นแช่แข็ง เพิ่ม 962.1%


ทั้งนี้ ตลาดส่งออกพบว่า หลายตลาดติดลบน้อยลง บางตลาดเริ่มเป็นเทรนด์ขาขึ้น โดยตลาดหลัก ลดลง 4.1% แต่สหรัฐฯดีขึ้นต่อเนื่อง เพิ่มขึ้น 15.2% ญี่ปุ่น ลด 16.6% สหภาพยุโรป 15 ประเทศ ลด 16.9%, ตลาดศักยภาพสูง ลด 10.2% เช่น อาเซียน 5 ประเทศ ลด 16.5% อินเดีย ลด 18.8% จีน ลด 4%, ตลาดศักยภาพระดับรอง ลด 24.3% เช่น ทวีปออสเตรเลีย ลด 22.5% ตะวันออกกลาง ลด 30.3% ละตินอเมริกา ลด 34.7% ทวีปแอฟริกา ลด 9.6% ดังนั้น แนวโน้มการส่งออกคาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่อง แม้ยังมีโควิด-19 และมีข่าวความสำเร็จของการผลิตวัคซีนทำให้บรรยากาศการค้ากลับมาคึกคัก แต่ต้องระวังการระบาดซ้ำ


“ถ้าในช่วงที่เหลือของปีนี้ไทยยังรักษาระดับมูลค่าการส่งออกแต่ละเดือนได้ 20,000 ล้านเหรียญฯขึ้นไปตลอดทั้งปีนี้ ตัวเลขติดลบจะไม่ถึง 2 หลัก อย่างที่หลายๆฝ่ายได้ประเมินเอาไว้ โดยคาดว่าติดลบ 8% ถึงติดลบ 5% โดยมีมูลค่ารวมที่ 226,567-233,955 ล้านเหรียญฯ ซึ่งหากลบ 5% ช่วงที่เหลือของปีต้องทำมูลค่าให้ได้เดือนละ 20,145 ล้านเหรียญฯ และลบ 8% ต้องส่งออกให้ได้เดือนละ 18,298 ล้านเหรียญฯ”

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น