อดีตดาวยั่วไตวาย  บาหยันสิ้นใจชีวิตสุดรันทดไร้เงินซื้อโลง

อนาถชีวิต “บาหยัน พันธุ์โสภา” ดาวยั่วชื่อดังในอดีต สิ้นลมด้วยโรคไตวาย สิ้นเนื้อประดาตัว แม้แต่เงินซื้อโลงยังไม่มี น้องสาวเผย ชีวิตสุดรันทด ต้องออกจากบ้านเผชิญชะตากรรมตั้งแต่อายุ 16 เข้าวงการรับบทปลุกใจเสือป่าจนชื่อกระฉ่อน ประกบดาราใหญ่แห่งยุค ทั้ง กรุง ศรีวิไล ไพโรจน์ ใจสิงห์ แต่พอดวงตก ถึงกับต้องม้วนเสื่อกลับมาขายอาหารที่บ้านเกิด แต่ก็ไปไม่รอดขาดทุนย่อยยับ หันไปดื่มเหล้าแก้กลุ้มวันละกลม ถูกหามส่งโรงพยาบาลหลายรอบ เสียชีวิตในที่สุด วอนคนในวงการร่วมไว้อาลัย

เหตุดาราดาวยั่วชื่อดังในอดีตเสียชีวิตเพราะโรคร้ายรายนี้ ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่โรงพยาบาลสวรรค์ ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ นางศิริพร กลจักร อายุ 40 ปี พร้อมด้วยญาติ ๆ เดินทางมารอรับ ศพ นางอุมาพร ฉันทวานิช หรือต้อย อายุ 48 ปี หรือชื่อในการแสดงว่า “บาหยัน พันธุ์โสภา” ดาวยั่วชื่อดังของวงการบันเทิงไทยเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ได้เสียชีวิตด้วยโรคไตวายและติดเชื้อในกระแสโลหิต เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

นางศิริพร น้องสาวของ “บาหยัน” เปิดเผยด้วยน้ำเสียงเศร้าว่า นางอุมาพร พี่สาวตนออกจากบ้านไปผจญโลกภายนอกตั้งแต่อายุ 16 ปี เข้าสู่วงการภาพยนตร์ ด้วยการแสดงหนังไทยเรื่องแรก และเป็นเรื่องที่ทำให้มีชื่อเสียงคือ “สาวขบเผาะ” รับบทเป็นดาวยั่ว จนชื่อเสียงกระฉ่อน เป็นที่รู้จักกันในวงการอย่างแพร่หลายจากนั้นก็มีผลงานตามมาอีกกว่า 50 เรื่อง ประกบคู่กับดารารุ่นใหญ่ในยุคนั้น เช่น กรุง ศรีวิไล ไพโรจน์ ใจสิงห์ นัยนา ชีวานันท์แม้กระทั่ง บู๊ วิบูลย์ นันท์ ที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นต้น

“ช่วงหลังดวงเริ่มตก การเงินไม่ดี เพราะไม่ค่อยมีใครจ้าง พี่ต้อยเลยหันเหชีวิตมาเปิดร้านขายอาหารที่นครสวรรค์ แต่ก็ประสบภาวะขาด ทุน ชีวิตล้มลุกคลุกคลานมาตลอดนานกว่า 10 ปี พอเครียดมากก็หันไปดื่มเหล้า จากวันละแบนเป็นวันละกลม จนต้องเข้าออกโรงพยาบาลหลาย ครั้ง ในที่สุดก็มาเสียชีวิตด้วยโรครุมเร้า ทุกวันนี้พี่ต้อยไม่มีเงินติดตัวสักบาท แม้แต่โลงศพที่ใส่ร่างตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย ยังต้องขอรับบริจาคจากร้านขายโลง ส่วนศพพี่ต้อย ได้นำไปตั้งบำ เพ็ญกุศลที่วัดวรนาถบรรพต หรือวัดกบ เป็นเวลา 4 วัน จึงขอเรียนเชิญพี่น้องในวงการบันเทิงที่เคยใกล้ชิดพี่ต้อย ร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายด้วย” น้องสาวอดีตดาวยั่วชื่อดัง กล่าวทั้งน้ำตา

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่วัดวรนาถบรรพต ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ”บาหยัน” พบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเงียบเหงา มีเพียงญาติสนิท 7-8 คน นั่งจับกลุ่มคุยกันอยู่เงียบ ๆ และนำเอารูปเก่า ๆ ของ “บาหยัน”ออกมาดู โดยนายวิม กลจักร์ อายุ 80 ปี พ่อของอดีตดาวยั่วผู้ล่วงลับ กล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า บ้านตนยากจนมาก ขนาดโลงศพของลูกสาวยังต้องเรี่ยไรเงินเพื่อนฝูงช่วยกันซื้อ ตอนนี้เอาโลงมาใช้ก่อน ยังไม่ได้จ่ายเงินด้วยซ้ำ

พ่ออดีตดาวยั่วเปิดเผยต่อว่า ชีวิตรันทดของลูกสาวนั้นถ้าเล่าไปอาจไม่มีใครคาดคิด ว่าคนที่เคยเป็นดาราที่คนรู้จักทั้งประเทศจะตกต่ำได้ขนาดนี้ ถึงขนาดก่อนเสียชีวิตประมาณ 2 ปี ต้องออกเร่ร่อนไปอยู่กับเพื่อน ๆ ตามที่ต่าง ๆ ไปกินไปนอนกับเขาเหมือนคนไม่มีญาติ เมื่อปี 2520 ได้แต่งงานกับนายสมยศ ฉันทวานิช มีลูกด้วยกัน 2 คน จากนั้นอีก 6 ปี ได้หย่าขาดจากกัน โดยสามีเอาลูกทั้ง 2 คนไปอยู่ด้วยที่กรุงเทพฯ แล้ว ก็ไม่เคยติดต่อช่วยเหลือเลี้ยงดูอีกเลยจนกระทั่งบัดนี้ ซึ่งตนได้ติดต่อสมาคมบันเทิงต่าง ๆ รวมทั้งเพื่อนดาราเก่า เข้าช่วยเหลือแล้ว

ด้าน “กรุง ศรีวิไล” นักแสดงดาวบู๊ชื่อดัง กล่าวหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของเพื่อนดาราว่า ตนเคยแสดงภาพยนตร์ร่วมกับ “บาหยัน” มาประมาณ 10 เรื่อง เช่น รถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตำรวจ, นางฟ้าท่าเรือ ตนจึงค่อนข้างจะสนิทสนมกับ “บาหยัน”พอสมควร แต่หลังจากที่เขาหายหน้าหายตาจากวงการไป ก็แทบจะไม่ติดต่อกันอีกเลย เจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ตอนนั้นรู้สึกว่าเขาจะเป็นโรคมะเร็งด้วย แต่รูปร่างภายนอกดูแข็งแรง ตนยังทักเลยว่า ทำไมเป็นมะเร็งแล้วยังอ้วนท้วนสมบูรณ์อยู่ นอกจากนี้ ตนยังตักเตือนเขาเรื่องการดื่มเหล้าด้วย เนื่องจากเขาเป็นคนดื่มเหล้าจัด เขาก็ตอบมาว่ากลุ้มใจ มีความรักก็ไม่สมหวัง ไม่โดนทิ้งก็โดนหลอก เขาก็เลยต้องหาวิธีระบาย โดยการหันมาดื่มเหล้าแทน ซึ่งตนสอนเขาว่าต้องรู้จักเลือกคบผู้ชาย ระวังจะโดนปอกลอก เพราะเท่าที่ทราบ ผู้ชายส่วนใหญ่ที่มาคบเขามักจะมาหลอกเอาเงินหรือเกาะเขาดัง ไม่ได้รักจริงแต่อย่างใด

ดาวบู๊รุ่นใหญ่ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเรื่องที่ช่วงหลังบาหยันตกอับนั้น ไม่ทราบจริง ๆ เพราะเขาเงียบหายไปเลย จึงไม่ทราบว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร และไม่เคยติดต่อขอความช่วยเหลือด้วย ซึ่งอาจเป็นเพราะไม่รู้ว่าจะติดต่อตนได้ที่ไหน อย่างไรก็ตาม ได้ทราบข่าวมาว่า ตอนนี้เขาลำบากถึงขั้นไม่มีเงินจะซื้อโลงศพ ดังนั้นจึงอยากจะยื่นมือเข้าไปช่วยจัดการหาซื้อโลงให้ แต่ก็ไม่ทราบว่าจะติดต่อได้ที่ใคร

ขณะที่ “ไพโรจน์ ใจสิงห์” อดีตพระเอกหนังชื่อดังที่เคยร่วมงานกับ “บาหยัน” เผยความรู้สึกหลังทราบข่าวการเสียชีวิตของเพื่อนดาราว่า หลังจากที่ไม่ได้ร่วมงานกันแล้วก็ไม่เคยติดต่อกันอีกเลย แต่ที่ผ่านมาพอจะทราบข่าวบ้างว่า ชีวิต เขาก็ลำบากเหมือนกัน “บาหยัน” เป็นคนดี เป็นคนรักพ่อแม่ ขยันทำมาหากิน อย่างไรก็ตามขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของ “บาหยัน” ที่ต้องสูญเสียเขาไป ถ้าหากทางครอบครัวต้องการให้ช่วยเหลืออะไร ตนก็ยินดี แต่ตอนนี้ไม่ทราบว่าจะติดต่อได้อย่างไร คงต้องรบกวนผ่าน น.ส.พ. เดลินิวส์ด้วย.